วิธีตรวจสอบผลการยืนยันตัวตน (KYC)
เมื่อการยืนยันตัวตน (KYC) เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งผลการยืนยันตัวตนผ่านทางอีเมล กรณีที่ไม่ผ่าน สามารถตรวจสอบสาเหตุของการปฏิเสธได้จากกล่องข้อความของอีเมลที่ใช้สมัครกับทางบริษัท (หากไม่ได้รับอีเมลจาก Z.com EX คลิก ที่นี่)
หมายเหตุ: กรุณาอย่าตอบกลับ อีเมลฉบับนี้เนื่องจากเป็นอีเมลที่ระบบสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
หรือสามารถตรวจสอบผลการยืนยันตัวตน (KYC) ได้ที่ หน้าหลักเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของ Z.com EX หลังจากเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว
ลูกค้าสามารถกดลิงก์ด้านล่างเพื่อไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง
เหตุผลที่ทำให้การยืนยันตัวตน (KYC) ถูกปฏิเสธ และวิธีแก้ไข
| สาเหตุ | คำอธิบาย | วิธีแก้ไข/คำแนะนำ |
|---|---|---|
| ปัญหาเกี่ยวกับเอกสารประกอบการยืนยันตัวตน (KYC) | ||
| Invalid passport/ID card | เอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หมดอายุ | ใช้เอกสารที่ยังไม่หมดอายุสำหรับการยืนยันตัวตน |
| คุณภาพของเอกสารไม่ดี เอกสารที่สแกนหรือถ่ายภาพ เบลอ ไม่ชัดเจน มีรอยตัดแต่ง หรือมีการปิดบังข้อมูลประจำตัว สำเนาเอกสารไม่ชัดเจน | ถ่ายภาพหรือสแกนเอกสารใหม่ให้คมชัดและครบถ้วน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลบนเอกสารมองเห็นได้ชัดเจน | |
| เอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตนไม่ตรงตามข้อกำหนดของบริษัท | ตรวจสอบข้อกำหนดของบริษัท เพื่อยืนยันประเภทของเอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตน ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ลิงก์นี่ เอกสารสำหรับการยืนยันตัวตน | |
| ข้อมูลบนเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น บัตรประชาชน) ไม่ตรงกับข้อมูลบนเอกสารยืนยันที่อยู่ หรือ ไม่ใช่เอกสารยืนยันตัวตนของบุคคลที่สมัครเปิดบัญชี | ตรวจสอบข้อมูลบนเอกสารทั้งสองฉบับให้ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เลขบัตรประชาชน หรือที่อยู่ และ จะต้องเป็นเป็นเอกสารยืนยันตัวตนของบุคคลที่สมัครเปิดบัญชี | |
| Invalid passport/ID card number | ข้อมูลเลขบัตรประชาน หรือ เลขหนังสือเดินทางที่กรอกไม่ตรงกับข้อมูลบนเอกสารยืนยันตัว | ตรวจสอบข้อมูลที่กรอกให้ตรงกับข้อมูลบนเอกสารยืนยันตัวตน |
| Invalid basic detail |
1. เอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติม แสดงชื่อบุคคลอื่น ไม่ตรงกับชื่อของคุณ 2. เอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติม หมดอายุ |
1. เอกสารยืนยันตัวตนต้องแสดงชื่อของบุคคลที่สมัครเปิดบัญชีเอง และ เห็นรายละเอียดบนเอกสารชัดเจน 2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติมไม่ใช่เอกสารที่หมดอายุ หมายเหตุ: ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ลิงก์นี่ เอกสารสำหรับการยืนยันตัวตน |
| ปัญหาเกี่ยวกับรูปเซลฟี่ | ||
| Invalid selfie photo | เซลฟี่สด (Live Selfie) คุณภาพของเซลฟี่ไม่ดี คุณภาพไม่ชัดเจน แสงมืด ภาพมีการปิดบังใบหน้าด้วยแว่นกันแดด หมวก หรือหน้ากากอนามัยเป็นต้น |
1. ถ่ายเซลฟี่ในสถานที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และถือโทรศัพท์ให้ห่างจากใบหน้าพอประมาณเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในเฟรมทั้งหมด 2. รูปเซลฟี่ต้องเป็นรูปหน้าตรง ไม่หันข้าง 3. ถอดแว่นกันแดด หมวก และหน้ากากอนามัยออกก่อนถ่ายเซลฟี่ |
|
อัปโหลดรูปเซลฟี่ (Upload selfie photo) 2. รูปเซลฟี่ของคุณไม่ได้ถือเอกสารที่เขียนข้อความว่า Z.com EX, วันที่สมัคร, ลายเซ็นต์ |
1. ถ่ายรูปเซลฟี่ใหม่ ที่ถือเอกสารยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง) 2. เขียนข้อความบนกระดาษเปล่าว่า (Z.com EX, วันที่สมัคร, และ ลายเซ็นต์) 3. ถือเอกสารทั้งสอง(เอกสารยืนยันตัวตน และ กระดาษข้อความ) ไว้ด้วยกันในรูปเซลฟี่ 4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปเซลฟี่ของคุณมีแสงสว่างเพียงพอ, ใบหน้าชัดเจน, และ ไม่มีวัตถุอื่นบดบังใบหน้า หมายเหตุ: 2. รูปเซลฟี่ต้องเป็นรูปหน้าตรง ไม่หันข้าง 3. รูปเซลฟี่ต้องไม่สวมหมวก แว่นกันแดด หรือแมสก์ปิดปากปิดจมูก |
|
| ปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลยืนยันตัวตน | ||
| Invalid basic detail | ชื่อ นามสกุลภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษสะกดไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามข้อมูลบนเอกสารยืนยันตัวตน |
1. กรณีคนไทย จะต้องติดต่อผู้ให้บริการ NDID ของท่าน เพื่อทำการแก้ไขข้อมูลชื่อ นามสกุลในระบบ NDID ก่อนการยืนยันตัวตนใหม่อีกครั้งกับบริษัท 2. กรณีไม่ใช่คนไทย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อ นามสกุลที่กรอก สะกดถูกต้องตามข้อมูลบนเอกสารยืนยันตัวตน |
| วันเดือนปีเกิด ไม่ถูกต้อง |
1. กรณีคนไทย จะต้องติดต่อผู้ให้บริการ NDID ของท่าน เพื่อทำการแก้ไขข้อมูลวันเกิดในระบบ NDID ก่อนการยืนยันตัวตนใหม่อีกครั้งกับบริษัท 2. กรณีไม่ใช่คนไทย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวันเดือนปีเกิดที่กรอก ระบุถูกต้องตามข้อมูลบนเอกสารยืนยันตัวตน |
|
|
1. ประเภทธุรกิจไม่ถูกต้อง 2. ประเภทธุรกิจไม่สอดคล้องกับสถานที่ทำงาน 3. ประเภทธุรกิจไม่สอดคล้องกับอาชีพ |
1. ระบุประเภทธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่ตำแหน่งงาน: อย่าเลือกประเภทธุรกิจที่บอกถึงตำแหน่งงาน (เช่น "วิศวกรคอมพิวเตอร์") 2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประเภทธุรกิจที่เลือกตรงกับสถานที่ทำงานจริง ตัวอย่างเช่น ถ้าทำงานให้กับหน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงการเลือก "สถานบริการ" ให้เลือก "หน่วยงานราชการ" "สถานีตำรวจ" หรือ "สำนักงานเขต" เป็นต้น 3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประเภทธุรกิจที่เลือกสอดคล้องกับอาชีพ เช่น เป็นเจ้าของธุรกิจ หลีกเลี่ยงการเลือก "หน่วยงานราชการ" ให้เลือกประเภทธุรกิจที่แสดงถึงกิจกรรมทางธุรกิจ เช่น "ขายส่งเสื้อผ้า" หรือ "ผู้รับเหมาสร้างบ้าน" เป็นต้น |
|
| Invalid address | ที่อยู่ตามบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านไม่ถูกต้อง |
1. กรณีคนไทย จะต้องติดต่อผู้ให้บริการ NDID ของท่าน เพื่อทำการแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในระบบ NDID ก่อนการยืนยันตัวตนใหม่อีกครั้งกับบริษัท 2. กรณีไม่ใช่คนไทย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่อยู่ที่กรอก เป็นที่อยู่ที่ถูกต้อง |
| ที่อยู่ปัจจุบันไม่ถูกต้อง หรือ ไม่สอดคล้องกับที่อยู่ที่ทำงาน | ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลในช่องที่อยู่ปัจจุบันที่กรอก เป็นจังหวัดเดียวกันกับที่อยู่ที่ทำงาน หรือในกรณีที่ไม่ใช่จังหวัดเดียวกัน ก็ควรจะเป็นจังหวัดใกล้เคียงที่สามารถเดินทางไปทำงานได้ | |
| สถานที่ทำงานไม่ชัดเจน | ระบุชื่อสถานที่ทำงานให้ชัดเจน เช่น หากเป็นพนักงานบริษัทเอกชน สถานที่ทำงานที่จะต้องระบุ คือ ชื่อบริษัทที่ทำงานหรือจ้างงาน หากทำธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านอาหาร สถานที่ทำงานที่จะต้องระบุ คือ ชื่อร้านอาหาร หรือ สถานที่ขายอาหาร ในกรณีที่ประกอบอาชีพอิสระหรือทำงานที่บ้าน สามารถระบุที่อยู่บ้านเป็นสถานที่ทำงานได้ |
|
| ปัญหาเกี่ยวกับข้อกำหนดและเงื่อนไข | ||
| Invalid basic detail | อายุต่ำกว่า 20 ปี | ตามข้อกำหนดของบริษัท ผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ไม่สามารถเปิดบัญชีกับทาง Z.com EX ได้ |
วิธีแก้ไขและการส่งข้อมูลยืนยันตัวตน (KYC) ใหม่
1. เข้าสู่ระบบบัญชีของคุณผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
2. อ่านรายละเอียดเหตุผลการปฏิเสธ KYC ให้ครบถ้วน จากนั้นคลิก "ส่งคำขออีกครั้ง"
3. ระบบจะแสดงหน้าตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของคุณ ให้คลิกไปที่ข้อมูลที่คุณต้องแก้ไข
4. ตัวอย่างการแก้ไขข้อมูล
- สมมุติว่าต้องการแก้ไขข้อมูลอาชีพจาก "พนักงานเอกชน/รับจ้าง เป็น "แม่บ้าน/พ่อบ้าน/"
- ขั้นตอน:
- คลิกไปที่หัวข้อ "ข้อมูลเพิ่มเติม"
- คลิกที่เครื่องหมาย "ดินสอ" ที่อยู่ด้านขวามือ
- เปลี่ยน "อาชีพ" จาก "พนักงานเอกชน/รับจ้าง เป็น "แม่บ้าน/พ่อบ้าน/"
- คลิกปุ่ม "อัพเดท"
5. ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลโปรไฟล์ความเสี่ยง
หลังจากอัปเดตข้อมูลที่ต้องการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงหน้า "ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล" ให้อ่านและยืนยันโปรไฟล์ความเสี่ยงและข้อมูลทั้งหมด โดยการทำเครื่องหมายในช่องสีเหลี่ยม สุดท้ายคลิกปุ่ม "ยืนยันและยอมรับ"
6. หลังจากกดส่งข้อมูลเพื่ออัปเดตเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงข้อความแจ้งว่า "บัญชีของคุณอยู่ระหว่างการตรวจสอบ" โดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ในบางกรณี อาจใช้เวลานานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าบัญชีของคุณจำเป็นต้องมีการยืนยันเพิ่มเติมหรือไม่
เมื่อบัญชีได้รับการตรวจสอบแล้ว ผลการตรวจสอบจะถูกส่งแจ้งให้ทราบทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้
หากมีข้อสอบถามกรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า