บล็อกเชน คือระบบที่ช่วยให้ธุรกรรมของบิทคอยน์เกิดขึ้น โดยแตกต่างจากสกุลเงินทั่วไป อย่างดอลล่าร์ หรือ ยูโร ที่สามารถนำไปเก็บและใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ธุรกรรมที่เกิดขึ้นของบิทคอยน์จะถูกบันทึกโดยกระจายข้อมูลให้กับทุกคนในเครือข่าย โดยบล็อกเชนจะทำหน้าที่เหมือนธนาคาร ที่เก็บข้อมูลทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้ผู้ใช้งานสามารถยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมบิทคอยน์แต่ละธุรกรรมได้ ทำให้บิทคอยน์ทั้งหมดปลอดภัยจากการปลอมแปลง
หลักการทำงาน
1. คำขอธุรกรรม – ผู้ใช้ส่งคำขอทำธุรกรรมหรือการส่งคำขอ ”การโอนบิทคอยน์” จากกระเป๋าเงินหนึ่งไปอีกกระเป๋าเงินหนึ่ง ซึ่งเปรียบเสมือนการซื้อสินค้า การจ่ายค่าบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนบิทคอยน์
2. การเผยแพร่คำขอ – คำขอการทำธุรกรรมที่เป็น “การส่ง” บิทคอยน์ไปยังผู้ใช้รายอื่น ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเผยแพร่บนเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ (P2P) ซึ่งประกอบด้วยคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องที่เรียกว่า “nodes”
3. การตรวจสอบ – เครือข่ายของ Nodes จะใช้อัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์ตรวจสอบธุรกรรม
4. ข้อมูลบล็อก – เมื่อธุรกรรมได้รับการยืนยัน นั่นแปลว่าธุรกรรมบิทคอยน์เป็นของจริงไม่ได้ผ่านการทำซ้ำ ธุรกรรมของผู้ใช้ซึ่งเป็น ”การส่ง” บิทคอยน์จะรวมเข้ากับธุรกรรมของคนอื่น ๆ การรวมข้อมูลเรียกว่า ”บล็อก”
5. การเพิ่มบล็อกไปที่บล็อกเชน – บล็อคอันใหม่จะถูกรวมเข้าไปที่เครือข่ายของบล็อกเชน บล็อกเชนจึงหมายถึง ”โซ่” ของข้อมูลบล็อกที่เก็บข้อมูลของธุรกรรมที่ยืนยันแล้วของผู้ใช้ ดังนั้นทุกธุรกรรมจะถูกบันทึกและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
6. การสิ้นสุดธุรกรรม – การที่ธุรกรรมหรือบิทคอยน์โอนจากกระเป๋าเงินไปสู่อีกคนหนึ่งสำเร็จ
ข้อมูลเพิ่มเติม
เทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่เพียงรองรับการโอน “มูลค่า” โดยบล็อกเชนสามารถใช้ในการโอนถ่ายข้อมูลผู้ติดต่อหรือข้อมูลต่างๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีนี้ การถ่ายโอนข้อมูลจะถูกยืนยัน “ธุรกรรม” โดยผู้เข้าร่วม ซึ่งไม่ต้องผ่านคนกลางหรือตัวกลางแต่อย่างใด
หากมีข้อสอบถามกรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า